ทำไมถึงควรปลูกอินทผาลัม

การปลูกอินทผาลัมในขณะนี้ยังเป็นอะไรที่ใหม่เกินไปในประเทศไทย แต่ในต่างประเทศถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่นำเงินเข้าประเทศอย่างมหาศาล

ในประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกาก็ปลูกอินทผาลัมเป็นพืชเศรษฐกิจมาเป็นเวลาหลายร้อยปี ในกลุ่มประเทศอาหรับก็เช่นเดียวกัน ประเทศไทยมีความได้เปรียบประเทศต่างๆเหล่านี้มากมาย เรามีทั้งน้ำและภูมิอากาศที่ได้เปรียบ ถึงแม้อินทผาลัมจะเป็นพืชที่ปลูกทางฝั่งตะวันออกกลางแต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถปลูกได้ในประเทศไทย ตรงกันข้าม อินทผาลัมในไทยสามารถให้ผลผลิตที่ดีกว่าในต่างประเทศ และยังออกผลผลิตเร็วกว่าและมีคุณภาพที่ดีกว่าด้วย ในประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถผลิตอินทผาลัมได้ 60 ล้านตันในปี 2011, กลุ่มประเทศอาหรับสามารถผลิตอินทผาลัมได้ 200 ล้านตันในปี 2011 ทั้งสองกลุ่มไม่ได้ส่งผลผลิตออกนอกประเทศเลยแม้แต่กิโลกรัมเดียว ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการภายในประเทศ ส่วนในประเทศไทยผลิตข้าวได้ 20 ล้านตันในปี 2011 แต่กลับส่งขายไปต่างประเทศได้ไม่ถึง 10 ล้านตัน เราไม่สามารถพึ่งพาการส่งออกข้าวได้อีกต่อไปเพราะคุณภาพและต้นทุนการผลิตของไทยสู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้แล้วในปัจจุบัน การปลูกยางพาราในประเทศไทยก็ไม่สามารถสู้ประเทศเพื่อนบ้านได้เพราะ เราไม่มีปริมาณน้ำที่เพียงพอส่งผลให้ไม่ได้น้ำยางที่มีคุณภาพ อีกทั้งการดูแลรักษาที่สูงมากและราคาต่อกิโลกรัมที่ต่ำผันแปรไปตามราคายางในตลาดโลก การปลูกปาล์มน้ำมันก็เช่นเดียวกัน ประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้เปรียบทางภูมิประเทศและภูมิอากาศมากกว่าประเทศอื่นๆ แต่เราไม่เปลี่ยนทัศนคติการปลูกพืชและผลไม้ ยังคงเชื่อในทัศนคติเดิมๆที่จะปลูกเพียงผลไม้ประจำฤดูการ ทำให้มีปัญหาสินค้าล้นตลาด จึงจำเป็นต้องขายทิ้งไปในราคาถูกหากมีผลผลิตมากเกินไปในตลาด การปลูกอินทผาลัม เป็นผลไม้ที่สามารถเก็บได้นานกว่าผลไม้อื่นๆ อีกทั้งยังสามารถนำมาแปรรูปได้หลากหลายชนิดและยังส่งออกไปยังต่างประเทศเพื่อทดแทนการเสียดุลทางการค้าระหว่างประเทศอีกด้วย

ทุกวันนี้ อินทผาลัมมีความต้องการในทุกประเทศ มีนายทุนจำนวนมากที่พร้อมจะตั้งโรงงานเพื่อแปรรูปผลผลิต แต่นักลงทุนเหล่านั้นไม่มีพื้นที่และเวลาเพียงพอที่จะปลูกอินทผาลัม หากว่าประเทศไทยมีผลผลิตอินทผาลัมที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับต่างประเทศแล้ว อีกไม่นานประเทศไทยจะต้องส่งออกอินทผาลัมเป็นพืชเศรษฐกิจแท้ข้าวอย่างแน่นอน

 

การปลูกอินทผาลัมเพื่อเศรษฐิจเป็นทางออกใหม่ของเกษตรกรไทยในปัจจุบัน

อินทผาลัม ทนแดด ทนฝน ทนแล้ง ให้ผลผลิตทุกปี ไม่ต้องให้ปุ๋ยเคมี แค่ปุ๋ยคอกก็เพียงพอ ไม่มีศัตรูพืช ไม่มีวัชพืช ไม่ต้องฉีดยา ไม่ต้องดูแลรักษามากมาย ราคาขายหน้าสวนก็แพงกว่าพืชหรือผลไม้อย่างอื่น การเก็บเกี่ยวก็ง่าย

หากท่านมีอินทผาลัมตัวเมียไร่ละ 50 ต้น ผลผลิตแค่ 100 กิโลต่อต้นก็พอ ท่านจะได้เงินคืนและผลกำไรมากมายในอนาคต

ไร่ละ 50  ต้น ต้นละ 100 กิโล เรารับซื้อคืนที่ 200 บาทต่อกิโล

50 ต้น x 100 กิโล = 5000 กิโลต่อไร่

ราคากิโลละ 200 บาท

ต่อไร่ท่านจะมีรายได้ปีละ 5000 กิโล x 200 บาท

= 1,000,000 บาทต่อไร่, ใช่ครับ ไม่ได้เวอร์ หนึ่งล้านบาทต่อไร่ และเพื่มขึ้นทุกปี

 

Visitors: 103,655