ความเชื่อของการทานผลของชาวมุสลิม

ความเชื่อของการทานผลของชาวมุสลิม

ท่านศาสดามูฮำหมัด ซอลลัลลอฮูอาลัยฮิวาซัลลัม
ละศีลอดดัวยอินทผาลัมสด
2-3 เม็ด ก่อนที่ท่านจะไปละหมาด
ถ้าไม่มีอินทผาลัมสด ท่านก็รับประทานอินทผาลัมแห้ง แต่ถ้าไม่มีอินทผาลัมแห้ง
ท่านจะดื่มน้ำ
2-3 อึก แทน

รายงานฮาดิษข้างต้นนี้
ถือเป็นแบบอย่างที่พี่น้องมุสลิมผู้ศรัทธาต่างยึดถือและปฏิบัติกันมาตลอดกว่า 1,400 ปี
อินทผาลัมจึงได้ถูกเปรียบเสมือนผลไม้ที่ต้องอยู่คู่กับมุสลิมและทำให้
อินทผาลัมเป็นผลไม้ที่มีผู้บริโภคมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
ปัจจุบันอินทผาลัมไม่ได้ถูกบริโภคเฉพาะในเดือนรอมฎอนสำหรับมุสลิมเท่านั้น
แต่อินทผาลัมได้กลายเป็นผลไม้ยอดฮิตของประชาคมโลกตลอดทุกฤดูกาล
จนทำให้หลายประเทศในตะวันออกกลางได้จัดให้อินทผาลัมเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างรายได้ให้กับประเทศนั้นได้อย่างมหาศาล


มีการค้นหาเหตุผลกันในหมู่นักวิชาการทั้งด้านศาสนาและด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์
ว่าทำไม อินทผาลัมถึงเป็นผลไม้ที่ถูกกล่าวถึงในคัมภีร์อัลกุรอาน และฮาดิษต่างๆ
จำนวนมาก แล้วในที่สุดผลการวิเคราะห์วิจัย ต่างก็ลงความเห็นพ้องต้องกันว่า
อินทผาลัมนั้นมีคุณประโยชน์มากมายในหลายๆ ด้าน ถึงขนาดว่าถ้าจะเรียกว่าอินทผาลัมนั้นเป็นผลไม้ที่มีความมหัศจรรย์ที่สุดก็ว่าได้


อินทผาลัม
เป็นผลไม้เมืองร้อน มีถิ่นกำเนิดแถบทะเลทรายในตะวันออกกลาง
อินทผาลัมเป็นพืชประเภทปาล์มชนิด Phoenix dactylifera อยู่ในกลุ่ม Palms ที่ผลทานได้ จากหลังฐานที่ปรากฏมีมาแล้วหลายพันปี เป็นพืชที่มีใบเขียวตลอดทั้งปี
เริ่มให้ผลครั้งแรกเมื่ออายุ
5 – 7 ปี และมีอายุยืนยาวถึงกว่า 200 ปี อินทผาลัมมีหลายพันธ์ เช่นเดียวกับผลไม้ชนิดอื่นๆ
ในแต่ละปีจะให้ผลเฉลี่ยประมาณ
7,000
– 8,000
ลูกต่อปี หรือ ประมาณ 100 – 150 กิโลกรัม
ขึ้นอยู่กับขนาดและความสมบูรณ์ของต้น ผลของอินทผาลัมสุกสามารถเก็บไว้ได้นานถึง
1 ปี ณ อุณหภูมิคงที่ 8 องศาเซลเซียส และถ้านำมาแปรรูปโดยการผึ่งแดด 7 – 10 วัน จนผลแห้ง สามารถเก็บไว้ได้นานนับปีๆ ถึงหลายปีเลยทีเดียว  นอกจากนั้นยังสามารถนำไปกวนและนำไปแช่อิ่ม
และทำเป็นขนมในรูปแบบต่างๆ ได้อีกมากมายรวมถึงทำเป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติหอมหวานนุ่มนวล
ที่เรียกกันว่า
อินทผาลัม เชค”  (Date Shakes) ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากในประเทศแถบยุโรป
และ อเมริกา หรือแม้แต่ไอศครีมก็สามารถทำได้เช่นกัน


สำหรับชาวอาหรับ
ซึ่งเป็นแหล่งต้นกำเนิดของอินทผาลัม เรียกว่า อันนัคลุ้ หรือ อันนะคีล
เหตุที่เรียกอินทผาลัมว่า อันนะคีล เพราะมีรากศัพท์มาจากคำว่า นัคลฺซึ่งหมายความถึงคัดเลือก
กลั่นกรอง
เพราะอินทผาลัมถือเป็นพืชยืนต้นที่มีเกียรติที่สุดในบรรดาพืชยืนต้นด้วยกัน
และที่สำคัญ อินทผาลัมได้ถูกระบุอยู่ในคัมภีร์อัลกุรอานไว้ รวมถึง
20 แห่งด้วยกัน


การเรียกขานอินทผาลัมของชาวอาหรับ
จะเรียกแตกต่างกันไป คือ เมื่ออยู่ในช่วงก่อนสุก จะเรียกว่า อัลบะละฮฺเมื่อเริ่มมีสี จะเรียกว่า อัลบุสรุ้พอเริ่มสุกก็จะเรียกว่า อัรรุฎ่อบุ้และเมื่อผลแห้งอย่างที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไปก็จะถูกเรียกว่า ตัมรฺในแต่ละสภาพของผลอินทผาลัมตั้งแต่ก่อนสุก
เข้าสี สุก จนถึงแห้ง ต่างก็มีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ต่างกัน
ดังมีปรากฏในอัลฮาดิษซึ่งรายงานโดย อันนะซาวีย์และอิบนุมาญะฮฺ จากท่านหญิง
อาอีซะฮฺ (ร.ฎ.) ว่าท่านศาสดามูฮำหมัดซอลลัลลอฮูอาลัยฮิว่าซัลลัม ได้กล่าวว่า
พวกท่านจงกินอินทผาลัมสด กับอินทผาลัมสุกที่แห้ง
มีนักการแพทย์มุสลิมให้เหตุผลว่า การที่ท่านศาสดามูฮำหมัด
ซอลลัลลอฮูอาลัยฮิว่าซัลลัม
ใช้ให้กินอินทผาลัมสดกับอินทผาลัมที่แห้งโดยไม่ใช้ให้กินอินทผาลัมที่เข้าสี
กับอินทผาลัมที่แห้ง เป็นเพราะอินทผาลัมสด มีสรรพคุณเป็นของเย็นและแห้ง
ส่งอินทผาลัมแห้งมีสรรพคุณ เป็นของร้อนชื้น แต่ละชนิกจะแก้กัน
เหมือนกับเวลากินทุเรียนซึ่งเป็นของร้อน ก็ให้กินมังคุดตามเข้าไปช่วยแก้
เพราะมังคุดเป็นของเย็น ส่วนอินทผาลัมแห้ง ถือเป็นของร้อน อินทผาลัมมีสรรพคุณร้อน
ค่อนข้างมาก จึงไม่เป็นการดีที่จะรวมเอาของกินที่มีสรรพคุณร้อนกับร้อน หรือเย็นกับเย็นมารวมกัน

 

 ข้อมูลทั้งหมดนี้ แปลมาจากเอกสารอ้างอิง เป็นข้อมูลจากหนังสือต่างประเทศ แปลมาจากหนังสือ ชื่อ Workshop on "Irrigation of Date Palm and Associated Crops" เป็นการรวบรวมข้อมูลจากกระทรวงเกษตรจากประเทศ Syrian Arab Republic เก็บข้อมูลจากนักศึกษาของมหาวิทยาลัย Damascus University หากท่านผู้ใดสนใจ ผมสามารถจำหน่ายให้ท่านได้ กรุณาติดต่อผมได้ที่ 089 956 2873 ผมยินดีให้ข้อมูลที่ถูกต้องและตอบคำถามทุกคำถามที่ท่านสงสัยเกี่ยวกับต้นไม้อินทผาลัมสายพันธุ์ Deglet Nour และ Med Jool

 

 

Visitors: 136,296